fbpx

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด มอบผลิตภัณฑ์แอคทีฟ ซินไบโอติก blissly เสริมทัพทีมแพทย์ สู้โควิด–19 ไปด้วยกัน

        บุคลากรทางการแพทย์เป็นหนึ่งในด่านหน้าคนสำคัญ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์หลายท่านต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก ด้วยความมุ่งมั่นและอดทน เพื่อให้ผู้ป่วยได้กลับไปอยู่กับครอบครัวและคนที่รักพร้อมรอยยิ้ม 

        บุคลากรทางการแพทย์เป็นหนึ่งในด่านหน้าคนสำคัญ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์หลายท่านต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก ด้วยความมุ่งมั่นและอดทน เพื่อให้ผู้ป่วยได้กลับไปอยู่กับครอบครัวและคนที่รักพร้อมรอยยิ้ม 

        บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์พร้อมรับมือกับความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ และส่งแรงใจให้ทีมแพทย์ทั่วประเทศฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป 

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด มอบทรายแมว ให้สถานสงเคราะห์สัตว์ จิตอาสาช่วยเหลือฯ

        บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ยังคงเดินหน้าจัดแคมเปญ ‘ทรายแมวสร้างสุขเพื่อแมวจร’ อย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด สร้างสุขอนามัยที่ดี สร้างชีวิตที่เป็นสุข โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง pawly มาผลิตทรายแมวจากแร่ธรรมชาติเพื่อมอบให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ขาดแคลน 

        ทรายแมวสร้างสุขเพื่อแมวจร เป็นแคมเปญมุ่งดูแลสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของสัตว์ด้วยทรายแมวที่มีคุณภาพ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของสถานสงเคราะห์ โดยมอบทรายแมว จำนวน 80 กิโลกรัม ให้แก่สถานสงเคราะห์สัตว์ จิตอาสาช่วยเหลือ และพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์อย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 

        เพื่อแก้ปัญหาสุขอนามัยในการรับเลี้ยงแมวจร จากการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็น เรามุ่งหวังว่าแคมเปญดังกล่าวจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของเพื่อนร่วมโลกและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ในอนาคตเรายังมุ่งมั่นตั้งใจจะช่วยเหลือสถานสงเคราะห์ที่เสียสละเพื่อเพื่อนร่วมโลกอย่างไม่หยุดยั้ง 

ร่วมแบ่งปันและช่วยเหลือสถานสงเคราะห์สัตว์ จิตอาสาช่วยเหลือ และพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์อย่างยั่งยืน  

https://facebook.com/petlovervolunteer/?ref=page_internal 

blissly ยกขบวนผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกปันน้ำใจแทนคำขอบคุณ

        blissly  มอบผลิตภัณฑ์ Milky pro นมอัดเม็ดผสมโปรไบโอติก biocap7 โปรไบโอติกในแคปซูลมังสวิรัติ และ bioshot แอคทีฟ ซินไบโอติกแบบผง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ blissly ให้กับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาตรวจสุขภาพรวมถึงผู้ที่รับวัคซีนแล้ว เพื่อส่งเสริมการดูแลภูมิคุ้มกันและแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ณ โรงพยาบาลเอกชัย ศูนย์กุมารเวช

        นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารและการดูแลสุขภาพด้วยโปรไบโอติก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากแบรนด์ blissly  เพื่อให้ทุกคนสุขภาพดี พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง

        ทั้งนี้ เราคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยด้านการแพร่ระบาดเป็นสำคัญตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรม

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ส่งความช่วยเหลือชุมชนสู้ Covid-19 เชิญชวนร่วมบริจาค โครงการ ‘ต้องรอด’ โดยกลุ่ม Up for Thai

        จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้หลายชุมชนประสบปัญหาความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ร่วมส่งความห่วงใย มอบเงินสนับสนุนและเครื่องอุปโภคบริโภคจากน้ำใจของเพื่อนพนักงาน ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบผ่านโครงการ ‘ต้องรอด’

        โครงการ ‘ต้องรอด’ จัดตั้งโดยกลุ่มอาสา Up for Thai ทำหน้าที่เป็นศูนย์อาสาโรงครัวทำอาหาร และจัดเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ชุมชน โรงครัวชุมชน แคมป์คนงาน ผู้กักตัว ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ คนชรา รวมถึงส่งอาหารปรุงสุก ชุดยังชีพแก่ผู้ป่วยรอเตียง อุปกรณ์ป้องกันสำหรับด่านหน้า โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม อสม. ศูนย์พักคอย สถานีอนามัย มูลนิธิและอาสากลุ่มอื่นๆ

        แม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่ยังคงแพร่ระบาด ทำให้ขาดแคลนสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมบริจาคผ่านโครงการ ‘ต้องรอด’ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

สอบถามหรือแจ้งความประสงค์การบริจาคจำนวนมากได้ที่ คุณตาล (ทีมต้องรอด) โทรศัพท์ 085-1552314 หรือทางLine ชื่อ tarnmissblur ติดตามโครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai ได้ที่ facebook https://m.facebook.com/UpForThai/

 

สิ่งที่ขอรับบริจาคเป็นจำนวนมาก

  1. เนื้อสัตว์ (หมู ไก่ แฮม หมูยอ ไส้กรอก ปลา เป็นต้น) ประมาณการวันละ 1.2 ตัน
  2. น้ำมันพืช วันละ 36 แกลลอน
  3. ไข่ไก่ อาทิตย์ละ 1,400 แผง หลังวันที่ 8 ส.ค.
  4. ข้าวสาร วันละ 1.2 ตัน
  5. นมผงเด็ก สูตร 2,3
  6. ผ้าอ้อมเด็กไซส์ L, XL, XXL
  7. ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไซส์ M, L, XL
  8. นมจืด นมกล่อง
  9. อาหารแห้ง/อาหารพร้อมทาน/ ปลากระป๋อง/ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองหรือถ้วย/ snacks
  10. น้ำดื่ม 300 – 600 ml / น้ำหวาน / น้ำวิตะมิน
  11. PPE 75 กรัมขึ้นไป ไซส์ XL
  12. หน้ากาก N95 / KN95
  13. ปรอทธรรมดาหรือ digital
  14. เครื่องวัดออกซิเจนแบบหนีบนิ้ว (Oximeter)
  15. Face Shield
  16. Isolation Gown
  17. เครื่องผลิตออกซิเจน / ถังออกซิเจนช่วยหายใจ พร้อมเกจ์วัดและรถเข็นถัง
  18. ยาสามัญ ฟ้าทะลายโจร แอลกอฮอล์ล้างมือ
  19. หน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก/ผู้ใหญ่
  20. ถุงพลาสติกคลุมเท้า LLDPE ไซส์ L, XL

 

สถานที่ปฎิบัติงานและรับบริจาค

ศูนย์อาสาต้องรอด Up For Thai วัดเทวสุนทร https://goo.gl/maps/X6VJJXWgD7FxVM6X6

ซุ้มทางเข้าวัดอยู่ติดถนนวิภาวดี

ที่อยู่ในการจัดส่งสิ่งของบริจาค

กองอำนวยการ Up For Thai ต้องรอด เลขที่ 1 หมู่ 19 ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900

สมทบทุนเป็นเงินสดได้ที่

กสิกรไทย 096-3-23974-2

(ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล และนางสมใจ พุ่มสมบัติ)

SAS Group บริจาคทรายแมว 80 กิโลกรัม ช่วยแมวจรมูลนิธิบ้านลุงหยี

        จากปัญหาสุขอนามัยในการรับเลี้ยงแมวจร ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์จากมูลสัตว์ที่รบกวนชุมชนโดยรอบ หรือความเสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียทั้งแมวและคน เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็น

        SAS Group จึงจัดแคมเปญ ‘ทรายแมวสร้างสุขเพื่อแมวจร’ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ด้วยแนวคิด สร้างสุขอนามัยที่ดี สร้างชีวิตที่เป็นสุข โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง pawly มาผลิตทรายแมวจากแร่ธรรมชาติเพื่อมอบให้กับมูลนิธิรับเลี้ยงแมวจรที่ขาดแคลน

        ทรายแมวสร้างสุขเพื่อแมวจร เป็นแคมเปญมุ่งดูแลสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงในมูลนิธิด้วยการมอบทรายแมวที่มีคุณภาพ ใช้ทดแทนทรายก่อสร้างซึ่งไม่ถูกสุขอนามัย ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ที่เสียสละเพื่อเพื่อนร่วมโลก โดยมอบทรายแมว จำนวน 80 กิโลกรัม ให้แก่มูลนิธิบ้านลุงหยี ซึ่งเป็นที่พักพิงของแมวจรกว่าร้อยตัว พร้อมด้วย micro klean ผลิตภัณฑ์บำบัดน้ำเสียในเครือ SAS Group เพื่อช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมบริเวณมูลนิธิอีกด้วย

        สุขภาพที่ดีของคน สัตว์ รวมถึงสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่เราใส่ใจและยึดมั่นมาโดยตลอด นอกจากอาหารแล้วสุขอนามัยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการดูแลสุขภาพ SAS Group มุ่งหวังว่าแคมเปญดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เสียสละเพื่อเพื่อนร่วมโลกของเรา

ร่วมแบ่งปันและช่วยเหลือมูลนิธิบ้านลุงหยีได้ที่

https://www.facebook.com/helpstraydogbangkok

โทร 094-9916804

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ร่วมโครงการปลูกป่า ณ ป่าภูหลง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

สยามอะกริอาสา เป็นอีกหนึ่งโครงการของบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมดีดีที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดย “สยาม อะกริซัพพลาย” ได้เล็งเห็นถึงความสุขแบบยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นมาจากภายในใจของเรา ซึ่งก็คือ การให้ การแบ่งปันด้วยความเมตตาแล้วทุกอย่างที่กระทำาออกมาด้วยใจบริสุทธิ์เหล่านี้ก็จะทำาให้เกิดความสุขแก่ตนและผู้คนรอบข้างจนขยายวงกว้างสู่สังคมที่ดี ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนกิจกรรมแรกของพวกเรา “สยามอะกริอาสา”คือการรักษาธรรมชาติด้วยการเข้าไปร่วมอนุรักษ์ป่าในโครงการทำาบุญสร้างป่า ปลูกโลกดีงาม ของพระไพศาลวิสาโล ซึ่งครั้งนี้ทางมูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รัก นำาโดย ครูณาอังคณา มาศรังสรรค์ เป็นผู้จัดขึ้นและทาง “สยาม อะกริ ซัพพลาย” เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนเงินทุนพร้อมกับให้พนักงานจิตอาสาของเราร่วมเดินทางไปปลูกป่าด้วยกันที่ป่าภูหลง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 15 – 16กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

ทำไมเราถึงส่งเสริมและสนับสนุนโครงการปลูกป่า เพราะเราได้ตระหนักถึงความสำาคัญของการ

อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เราจึงเข้าไปร่วมการฟื้นฟูป่าบริเวณพื้นที่ภูหลงที่เคยเกิดไฟไหม้ขึ้นเมื่อปี 2559 โดยถูกทำาลายไปมากเกือบ 3,000 ไร่ ซึ่งเราเข้าไปช่วยฟื้นฟูป่าภูหลงด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อให้ป่ากลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้วการอนุรักษ์ธรรมชาติ และฟื้นฟูป่ายังเป็นประโยชน์ต่อผู้ปลูกด้วย อาทิ ลดความเห็นแก่ตัว เพิ่มพูนเมตตาธรรมในจิตใจ รวมทั้งได้สัมผัสกับความสุขใจอันเกิดจากการเกื้อกูลผู้อื่น หลายคนที่ได้ลงมือปลูกป่าด้วยตนเองจะได้พบว่าแม้กายเหนื่อยแต่ใจเป็นสุข อันเกิดจากความปกติและภาคภูมิใจที่ได้ทำาสิ่งดีๆ รวมทั้งเห็นพลังที่เกิดขึ้นในใจตน

โครงการทำาบุญสร้างป่า ปลูกโลกดีงาม

เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะสืบสานและขยายผลงานด้านอนุรักษ์ป่า รักษาธรรมชาติ ของพระไพศาล วิสาโล โดยท่านดำเนินงานมาโดยตลอดในด้านการช่วยฟื้นฟูป่าภูหลงและรณรงค์ส่งเสริมให้คนทำาบุญด้วยการปลูกต้นไม้ยืนต้นสร้างป่าโดยเน้นให้ปลูกในที่ดินของตน และที่สาธารณะที่ตนสามารถดูแลต่อเนื่องได้ ทั้งในเมืองและชนบท เพื่อขยายพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการทำาบุญที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกปัจจุบัน อันถือเป็นบุญที่ให้อานุสงส์มากและยาวนาน

กล่าวได้ว่าศรัทธาทำาให้การอนุรักษ์เป็นรูปธรรมมากขึ้น มีศรัทธาแล้วต้องมีความรักด้วยคนมาปลูกป่าอาจจะศรัทธาในพระธรรม ศรัทธาในวัดบางคนอาจจะศรัทธาในตัวอาตมา แต่เท่านั้นไม่เพียงพอต้องมีความสำานึกรักธรรมชาติด้วย ซึ่งจะทำาให้เรายินดีที่จะเหนื่อย ยินดีที่จะตากแดดเพื่อปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูป่าเพื่อสู้กับไฟป่า จะทำาอย่างนั้นต้องมีความรัก เพราะความรักทำาให้เกิดความห่วงใย ความเสียสละ และความอดทน
คนที่อ่านหนังสือมามากแม้รู้ว่าป่ามีประโยชน์อย่างไร แต่ถ้าใจเขายังไม่เกิดศรัทธายังไม่

เกิดความรักป่า ก็ยากที่จะทำให้เขาทิ้งบ้านหรือความสะดวกสบายมาปลูกป่า หรือทำประโยชน์ให้กับป่า ที่ว่ายากก็เพราะปลูกป่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันลำบาก มันเหนื่อยยุง แมลงก็เยอะ แดดก็ร้อน ไม่มีร่มเงาเพราะต้นไม้ถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว สำนึกที่ว่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการอ่านหนังสือ แต่เกิดขึ้นได้จากการไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วรู้สึกซาบซึ้ง รู้สึกขอบคุณที่ธรรมชาติให้ความสงบสงัดแก่เรา เกิดความผูกพันขึ้นมา ดังนั้นจึงจำเป็นมากในการชักชวนคนให้มาสัมผัสกับป่า เพื่อที่เขาจะได้รักป่า เมื่อรักป่าแล้วเขาก็จะพยายามอนุรักษ์ป่า มีปลูกป่าที่ไหน ไม่ว่าที่ภูหลง ที่น่าน ที่เชียงใหม่เขาก็ไป สิ่งที่ทุกคนต้อง

ตระหนักและเรียนรู้ก็คือการฟื้นฟูป่าแต่ละแห่งมีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

ทั้งในด้านลักษณะของธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย การชักชวนคนมาปลูกต้นไม้ที่ป่าภูหลงครั้งนี้ เปรียบได้กับการพาเด็กน้อยมาเข้าโรงเรียนเพื่อฝากให้ครู คือ “ธรรมชาติ” ช่วยสั่งสอนให้เขามีความรู้และเติบโตทางจิตใจ เป็นเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงากับผู้คน และสรรพสัตว์ในอนาคตอย่าลืมว่าการปลูกป่าไม่ใช่แค่การเอาต้นกล้าลงดินแล้วฝังกลบ จากนั้นก็รอว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก แดดจะออก แต่การปลูกป่ายังหมายถึงการปลูกความดีงามในจิตใจ การปลูกป่าสามารถฟื้นฟูใจของ

เราได้ ขณะเดียวกันศรัทธาทีเรามีต่อป่าก็ส่งผลต่ออนาคตของป่าเช่นเดียวกัน คือ ถ้าเราคือผู้ปลูกป่าด้วยใจอันบริสุทธิ์แน่วแน่ ต้นกล้านั้นก็จะมีแรงมีพลังในการต่อสู้เพื่องอกเงยเป็นต้นไม้ใหญ่แห่งป่านั้นสืบต่อไป

การแสดงความรักต่อป่าและวิธีการอนุรักษ์ป่าที่ถูกต้องทำได้หลายอย่าง

อย่าทำลาย แล้วก็อย่าเพิ่มภาระให้กับธรรมชาติ บางทีเราทำลายทางอ้อม เราอาจไม่ได้ทำลายทางตรงด้วย

การตัดต้นไม้ แต่เราอาจทำลายทางอ้อมโดยการบริโภคเช่น ทิ้งขยะ เราจะบริโภคอะไรก็ต้องดูว่ามันก่อให้เกิดเรียบง่าย เราจะไม่บริโภคเยอะ เมื่อเราไม่บริโภคเยอะ เราก็ไม่สร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมมากมาย อาตมาอยากให้คนในเมืองมองเห็นด้วยว่า ตัวเองมีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และป่าอย่างไรบ้าง อย่าไปโทษแค่ชาวบ้านที่ถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพด หรือตัดไม้เอาไม้มาขายนั่นเป็นแค่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่เป็นปัญหาใหญ่ คือการทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองการบริโภคอันฟุ่มเฟือยของคนเมือง ซึ่งนำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อม โดยที่เราไม่รู้ตัวอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เราก็ควรจะรับรู้และควรตระหนักถึงความเชื่อมโยงนี้ แล้วระมัดระวังให้มากขึ้น ปญั หาสิ่งแวดล้อมไหม เช่น ต้นทางของมันเป็นอย่างไรปลายทางของมันเป็นอย่างไร ทำลายธรรมชาติไหม เช่นพลาสติก แบตเตอรี่ เมื่อทิ้งไปแล้วกลายเป็นสารพิษหรือเปล่าการประดิษฐ์มันขึ้นมาทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า อาจจะเริ่มต้นใคร่ครวญจากสิ่งใกล้ตัวที่เจอทุกวันก็ได้ เช่น น้ำดื่ม

บรรจขุ วด ท อย่างไรถึงจะใช้ใหน้อยลง เพราะขวดเหล่า นี้ก็มาจากโรงงานพลาสติก ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะในน้ำและในอากาศ พอบรรจุขวดเสร็จ ก็ต้องมีการขนส่งไปวางไว้ตามร้านขายปลีก เกิดมลภาวะจากการขนส่งอีก พอเราไปซื้อน้ำบรรจุขวดแล้วบรรทุกขึ้นรถกลับมาบ้าน ก็ใช้น้ำมันและเกิดควันพิษอีก เมื่อกินน้ำหมด ขวดก็กลายเป็นขยะทันทีก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอีก เพราะฉะนั้นเราควรไตร่ตรองวิถีชีวิตของเราด้วยว่ามีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าแม้กระทั่งการใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้น้ำมากไปก็ก่อให้เกิดปัญหา

ขาดแคลนน้ำ ใช้ไฟมากก็อาจส่งผลให้มีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้น เขื่อนก็ทำลายป่าอีกวิถีชีวิตของเราสามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้โดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดคือการอยู่ง่ายกินง่าย จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้มาก และถ้าเรามีความสุขกับชีวิตที่

          ส่วนเรื่องการอนุรักษ์ อะไรที่เราทำได้ก็ลงมือทำเลยเช่น การรณรงค์เพื่อให้ทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยลง ชักชวนกันลดการใช้โฟมแล้วมาใช้ถุงผ้าแทน เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ก็ได้ แต่ก็ต้องทำอะไรมากกว่านั้นด้วยเมื่อเห็นโครงการหรือนโยบายอะไรที่อาจทำให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมก็ให้ความสนใจด้วยฯ
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก: บทความของ พระไพศาล วิสาโล www.visalo.org

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ได้เข้าร่วมกิจกรรมการทำนาปลูกข้าว “โครงการชวนคนเมืองปลูกข้าว”

เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ได้เข้าร่วมกิจกรรมการทำนาปลูกข้าว “โครงการชวนคนเมืองปลูกข้าว” ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มน้ำดื่มเทพนาคา ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จัดโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยวัตถุประสงค์ของงานต้องการให้คนเมืองที่เป็นผู้บริโภคมาพบกับชาวนาผู้ผลิตตัวจริง ได้มาเรียนรู้ถึงวิถีชีวิตชาวนา และวิธีการทำนาตั้งแต่การปลูกข้าวแบบนาหว่าน การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ตลอดจนถึงการแปรรูป และรู้จักพันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกคือ ข้าวพันธุ์ กข 43 เป็นข้าวที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่นาชลประทานภาคกลาง เป็นข้าวที่มีคุณภาพดีทั้งรสชาติและรถสัมผัสจึงตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคของคนเมืองได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคนเมืองเป็นอย่างมากโดยผู้ที่มาร่วมงานก็มากันแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน และภาคบริษัทต่างๆ รวมทั้ง สยาม อะกริ ซัพพลาย เองด้วย ทุกคนได้มาร่วมกันทำนากับครูชาวนา เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็จะได้ข้าวจากการปลูกกลับไปบริโภค ชาวนาก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้น พวกเราก็ดีใจอีกทั้งยังได้รับความรู้ความเข้าใจในการปลูกข้าวและได้ลงมือทำนาหว่านด้วยตนเองอย่างมีความสุขและสนุกสนาน  ทั้งนี้กิจกรรมจะมีอย่างต่อเนื่องโดยมีกำหนดการเปิดและเริ่มปลูกข้าวในวันที่ 23 มิถุนายน, มีพิธีทำขวัญข้าวในวันที่ 11 สิงหาคม, เก็บเกี่ยว 22 กันยายน และปิดลาน 24 พฤศจิกายน 2561

หากท่านใดสนใจกิจกรรมนี้ยังสมัครเข้าร่วมได้อีก โดยมีค่าลงทะเบียน ไร่ละ 14,000 บาท หรือรวมกลุ่มด้วยกันเองได้ถึง 5 คน เฉลี่ยรายละ 2,800 บาทต่อไร่ หรืองานละ 3,500 บาท ติดต่อสมัครได้ที่ Facebook : MA THAM NA (www.facebook.com/iGrowRice)
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มน้ำดื่มเทพนาคา ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.อยุธยา และ สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อมูลเพิ่มเติม โทร.089-7888924 , 081-9465457 , 081-7269213

สยาม อะกริ ซัพพลาย ร่วมใจไปงานวันกุ้งภาคกลางประจำปี




เมื่อวันที่ 22 -23 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ได้เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9  ณ บริเวณเขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง และได้ร่วมออกบูทแสดงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์น้ำใน “งานวันกุ้งภาคกลาง ประจำปี ”  ณ โรงแรมวาสิฏฐี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี  ซึ่งการจัดงานวันกุ้งภาคกลางประจำปี  ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง จังหวัดสุพรรณบุรี กรมประมง สมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์ไทย และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ 4 ชมรม ได้แก่ ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี และสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดสุพรรณบุรี และระดมสมองผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกุ้งไทย รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทย และส่งเสริมสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะลี้ยงกุ้งในเขตภาคกลาง และผู้ประกอบธุรกิจต่อเนื่องให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน ตามแนวทางการผลิตสัตว์น้ำที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับมีมาตรฐานตรงตามความต้องการของผู้ซื้อในตลาดด้วย ภายในงานมีกชการประชุมสัญจรของสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยและการจัดงานสัมมนาทางวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “แหล่งผลิตสัตว์น้ำปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมมาตรฐานสากล” มีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 สยาม อะกริ ซัพพลาย ได้จัดบูทแสดงผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสำหรับสัตว์น้ำ อาทิเช่น ปลาป่น ไก่ป่น ถั่วหมัก น้ำมันปลา และผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ไบโอติก แมกซ์ 2 ” ซองสีฟ้าสดใสใช้สำหรับเสริมไบโอติกในกุ้งเพื่อเข้าไปปรับสมดุลในลำไส้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมอาหารนำไปใช้ได้เร็วดีขึ้นมีจุลินทรีย์ที่ดีมากกว่าเชื้อที่ไม่ดี มีภูมิต้านทานทำให้กุ้งไม่เป็นโรค นอกจากนี้เรายังมีจุลินทรีย์สำเร็จรูปบำบัดบ่อเพาะเลี้ยง ภายใต้ชื่อแบรนด์ “อะควา เพรพ” ที่ใช้ได้ตั้งแต่การเตรียมบ่อจนกระทั่งตลอดระยะเวลาการเลี้ยงเพื่อส่งเสริมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดีขึ้น และเรายังแจก “อะควา เพรพ” ให้ได้ไปทดลองใช้กันอีกด้วย ในงานนี้สยาม อะกริ ซัพพลาย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกรที่มาร่วมงาน



สยามอะกริอาสาร่วมใจไปปลูกป่ากับ “โครงการสร้างป่าร่วมใจ ประชาไทยสานต่อปณิธานพ่อ”

สยามอะกริอาสาร่วมใจไปปลูกป่ากับ “โครงการสร้างป่าร่วมใจ ประชาไทยสานต่อปณิธานพ่อ”  ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ค. 2561 ซึ่งเป็นการปลูกป่าต้นน้ำน่าน ณ ดอยกู่สถาน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน ในพื้นที่ 100 ไร่ และสยามอะกริซัพพลายได้ร่วมสนับสนุนเงินซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนประกิตเวชศักดิ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาในหลวง และยังได้ร่วมกันปลูกป่า เพื่อคืนพื้นที่ป่าต้นน้ำบนดอยสูงให้มีความสมบูรณ์ และสร้างป่าให้ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ได้สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ ได้สนับสนุนโครงการพระราชดำริ “ร่วมสร้างคนดีคืนให้บ้านเมือง”

ที่มาโครงการสร้างป่าร่วมใจ ประชาไทยสานต่อปณิธานพ่อ มีผู้ดำเนินโครงการโดย ผศ.ว่าที่ร้อยโท ดร.ทรงศักดิ์ จุลถิระพงศ์ อดีตคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ บางพระ มทร.ตะวันออก ประธานโครงการสร้างป่าต้นแม่น้ำน่านบนดอยขุนสถาน อ.นาน้อย จ.น่าน และคณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีตะวันออก (บางพระ) จ.ชลบุรี , นักเรียนโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม คณาจารย์และศิษย์วิทยาลัยเกษตรฯ ทั่วประเทศ คณาจารย์และศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันราชมงคลล้านนา จ.น่าน บริษัท ห้างร้าน และประชาชนทั่วไป ฯลฯ และได้คุณปานวาด (วราภรณ์) ไชยขันธ์ นิตยสารสาส์นไก่และสุกร  (ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีตะวันออก (บางพระ) จ.ชลบุรี) เป็นผู้ประสานงานโครงการ จุดประสงค์ของโครงการมีดังนี้

1.เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า และ สืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ร.9 ด้านการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
2.เพื่อส่งเสริมด้านการศึกษา จึงจัดซื้อที่ดินให้กับโรงเรียนประกิตเวชศักดิ์ โรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาในหลวง
3.เพื่อส่งเสริมให้ชาวบางพระศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน  ได้มีส่วนร่วมในการทำความดีถวายปณิธานของพ่อ และสมเด็จย่า เพื่อคืนผืนป่าให้ต้นน้ำ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างป่าให้ถาวรยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการมากมายด้วยความร่วมมือร่วมใจกันทุกคนร่วมกันปลูกป่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสร้างป่าต้นน้ำเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งกิจกรรมอาสานี้ยังช่วยปลูกฝังให้คนได้เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมมากขึ้นด้วย