fbpx

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ร่วมโครงการปลูกป่า ณ ป่าภูหลง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

สยามอะกริอาสา เป็นอีกหนึ่งโครงการของบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมดีดีที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดย “สยาม อะกริซัพพลาย” ได้เล็งเห็นถึงความสุขแบบยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นมาจากภายในใจของเรา ซึ่งก็คือ การให้ การแบ่งปันด้วยความเมตตาแล้วทุกอย่างที่กระทำาออกมาด้วยใจบริสุทธิ์เหล่านี้ก็จะทำาให้เกิดความสุขแก่ตนและผู้คนรอบข้างจนขยายวงกว้างสู่สังคมที่ดี ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนกิจกรรมแรกของพวกเรา “สยามอะกริอาสา”คือการรักษาธรรมชาติด้วยการเข้าไปร่วมอนุรักษ์ป่าในโครงการทำาบุญสร้างป่า ปลูกโลกดีงาม ของพระไพศาลวิสาโล ซึ่งครั้งนี้ทางมูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รัก นำาโดย ครูณาอังคณา มาศรังสรรค์ เป็นผู้จัดขึ้นและทาง “สยาม อะกริ ซัพพลาย” เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนเงินทุนพร้อมกับให้พนักงานจิตอาสาของเราร่วมเดินทางไปปลูกป่าด้วยกันที่ป่าภูหลง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 15 – 16กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

ทำไมเราถึงส่งเสริมและสนับสนุนโครงการปลูกป่า เพราะเราได้ตระหนักถึงความสำาคัญของการ

อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เราจึงเข้าไปร่วมการฟื้นฟูป่าบริเวณพื้นที่ภูหลงที่เคยเกิดไฟไหม้ขึ้นเมื่อปี 2559 โดยถูกทำาลายไปมากเกือบ 3,000 ไร่ ซึ่งเราเข้าไปช่วยฟื้นฟูป่าภูหลงด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อให้ป่ากลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้วการอนุรักษ์ธรรมชาติ และฟื้นฟูป่ายังเป็นประโยชน์ต่อผู้ปลูกด้วย อาทิ ลดความเห็นแก่ตัว เพิ่มพูนเมตตาธรรมในจิตใจ รวมทั้งได้สัมผัสกับความสุขใจอันเกิดจากการเกื้อกูลผู้อื่น หลายคนที่ได้ลงมือปลูกป่าด้วยตนเองจะได้พบว่าแม้กายเหนื่อยแต่ใจเป็นสุข อันเกิดจากความปกติและภาคภูมิใจที่ได้ทำาสิ่งดีๆ รวมทั้งเห็นพลังที่เกิดขึ้นในใจตน

โครงการทำาบุญสร้างป่า ปลูกโลกดีงาม

เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะสืบสานและขยายผลงานด้านอนุรักษ์ป่า รักษาธรรมชาติ ของพระไพศาล วิสาโล โดยท่านดำเนินงานมาโดยตลอดในด้านการช่วยฟื้นฟูป่าภูหลงและรณรงค์ส่งเสริมให้คนทำาบุญด้วยการปลูกต้นไม้ยืนต้นสร้างป่าโดยเน้นให้ปลูกในที่ดินของตน และที่สาธารณะที่ตนสามารถดูแลต่อเนื่องได้ ทั้งในเมืองและชนบท เพื่อขยายพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการทำาบุญที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกปัจจุบัน อันถือเป็นบุญที่ให้อานุสงส์มากและยาวนาน

กล่าวได้ว่าศรัทธาทำาให้การอนุรักษ์เป็นรูปธรรมมากขึ้น มีศรัทธาแล้วต้องมีความรักด้วยคนมาปลูกป่าอาจจะศรัทธาในพระธรรม ศรัทธาในวัดบางคนอาจจะศรัทธาในตัวอาตมา แต่เท่านั้นไม่เพียงพอต้องมีความสำานึกรักธรรมชาติด้วย ซึ่งจะทำาให้เรายินดีที่จะเหนื่อย ยินดีที่จะตากแดดเพื่อปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูป่าเพื่อสู้กับไฟป่า จะทำาอย่างนั้นต้องมีความรัก เพราะความรักทำาให้เกิดความห่วงใย ความเสียสละ และความอดทน
คนที่อ่านหนังสือมามากแม้รู้ว่าป่ามีประโยชน์อย่างไร แต่ถ้าใจเขายังไม่เกิดศรัทธายังไม่

เกิดความรักป่า ก็ยากที่จะทำให้เขาทิ้งบ้านหรือความสะดวกสบายมาปลูกป่า หรือทำประโยชน์ให้กับป่า ที่ว่ายากก็เพราะปลูกป่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันลำบาก มันเหนื่อยยุง แมลงก็เยอะ แดดก็ร้อน ไม่มีร่มเงาเพราะต้นไม้ถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว สำนึกที่ว่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการอ่านหนังสือ แต่เกิดขึ้นได้จากการไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วรู้สึกซาบซึ้ง รู้สึกขอบคุณที่ธรรมชาติให้ความสงบสงัดแก่เรา เกิดความผูกพันขึ้นมา ดังนั้นจึงจำเป็นมากในการชักชวนคนให้มาสัมผัสกับป่า เพื่อที่เขาจะได้รักป่า เมื่อรักป่าแล้วเขาก็จะพยายามอนุรักษ์ป่า มีปลูกป่าที่ไหน ไม่ว่าที่ภูหลง ที่น่าน ที่เชียงใหม่เขาก็ไป สิ่งที่ทุกคนต้อง

ตระหนักและเรียนรู้ก็คือการฟื้นฟูป่าแต่ละแห่งมีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

ทั้งในด้านลักษณะของธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย การชักชวนคนมาปลูกต้นไม้ที่ป่าภูหลงครั้งนี้ เปรียบได้กับการพาเด็กน้อยมาเข้าโรงเรียนเพื่อฝากให้ครู คือ “ธรรมชาติ” ช่วยสั่งสอนให้เขามีความรู้และเติบโตทางจิตใจ เป็นเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงากับผู้คน และสรรพสัตว์ในอนาคตอย่าลืมว่าการปลูกป่าไม่ใช่แค่การเอาต้นกล้าลงดินแล้วฝังกลบ จากนั้นก็รอว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก แดดจะออก แต่การปลูกป่ายังหมายถึงการปลูกความดีงามในจิตใจ การปลูกป่าสามารถฟื้นฟูใจของ

เราได้ ขณะเดียวกันศรัทธาทีเรามีต่อป่าก็ส่งผลต่ออนาคตของป่าเช่นเดียวกัน คือ ถ้าเราคือผู้ปลูกป่าด้วยใจอันบริสุทธิ์แน่วแน่ ต้นกล้านั้นก็จะมีแรงมีพลังในการต่อสู้เพื่องอกเงยเป็นต้นไม้ใหญ่แห่งป่านั้นสืบต่อไป

การแสดงความรักต่อป่าและวิธีการอนุรักษ์ป่าที่ถูกต้องทำได้หลายอย่าง

อย่าทำลาย แล้วก็อย่าเพิ่มภาระให้กับธรรมชาติ บางทีเราทำลายทางอ้อม เราอาจไม่ได้ทำลายทางตรงด้วย

การตัดต้นไม้ แต่เราอาจทำลายทางอ้อมโดยการบริโภคเช่น ทิ้งขยะ เราจะบริโภคอะไรก็ต้องดูว่ามันก่อให้เกิดเรียบง่าย เราจะไม่บริโภคเยอะ เมื่อเราไม่บริโภคเยอะ เราก็ไม่สร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมมากมาย อาตมาอยากให้คนในเมืองมองเห็นด้วยว่า ตัวเองมีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และป่าอย่างไรบ้าง อย่าไปโทษแค่ชาวบ้านที่ถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพด หรือตัดไม้เอาไม้มาขายนั่นเป็นแค่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่เป็นปัญหาใหญ่ คือการทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองการบริโภคอันฟุ่มเฟือยของคนเมือง ซึ่งนำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อม โดยที่เราไม่รู้ตัวอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เราก็ควรจะรับรู้และควรตระหนักถึงความเชื่อมโยงนี้ แล้วระมัดระวังให้มากขึ้น ปญั หาสิ่งแวดล้อมไหม เช่น ต้นทางของมันเป็นอย่างไรปลายทางของมันเป็นอย่างไร ทำลายธรรมชาติไหม เช่นพลาสติก แบตเตอรี่ เมื่อทิ้งไปแล้วกลายเป็นสารพิษหรือเปล่าการประดิษฐ์มันขึ้นมาทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า อาจจะเริ่มต้นใคร่ครวญจากสิ่งใกล้ตัวที่เจอทุกวันก็ได้ เช่น น้ำดื่ม

บรรจขุ วด ท อย่างไรถึงจะใช้ใหน้อยลง เพราะขวดเหล่า นี้ก็มาจากโรงงานพลาสติก ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะในน้ำและในอากาศ พอบรรจุขวดเสร็จ ก็ต้องมีการขนส่งไปวางไว้ตามร้านขายปลีก เกิดมลภาวะจากการขนส่งอีก พอเราไปซื้อน้ำบรรจุขวดแล้วบรรทุกขึ้นรถกลับมาบ้าน ก็ใช้น้ำมันและเกิดควันพิษอีก เมื่อกินน้ำหมด ขวดก็กลายเป็นขยะทันทีก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอีก เพราะฉะนั้นเราควรไตร่ตรองวิถีชีวิตของเราด้วยว่ามีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าแม้กระทั่งการใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้น้ำมากไปก็ก่อให้เกิดปัญหา

ขาดแคลนน้ำ ใช้ไฟมากก็อาจส่งผลให้มีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้น เขื่อนก็ทำลายป่าอีกวิถีชีวิตของเราสามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้โดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดคือการอยู่ง่ายกินง่าย จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้มาก และถ้าเรามีความสุขกับชีวิตที่

          ส่วนเรื่องการอนุรักษ์ อะไรที่เราทำได้ก็ลงมือทำเลยเช่น การรณรงค์เพื่อให้ทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยลง ชักชวนกันลดการใช้โฟมแล้วมาใช้ถุงผ้าแทน เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ก็ได้ แต่ก็ต้องทำอะไรมากกว่านั้นด้วยเมื่อเห็นโครงการหรือนโยบายอะไรที่อาจทำให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมก็ให้ความสนใจด้วยฯ
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก: บทความของ พระไพศาล วิสาโล www.visalo.org

Facebook
Twitter