ทำไมต้องพรีไบโอติก? พรีไบโอติกคืออะไร?

นอกจากการรับประทานโพรไบโอติกแล้ว ควรรับประทานพรีไบโอติก (Prebiotics) ควบคู่กันไปด้วย

ทำไมต้องพรีไบโอติก? พรีไบโอติกคืออะไร?

พรีไบโอติก (Prebiotic) คือ อาหารสำหรับโพรไบโอติก เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ร่างกายมนุษย์ไม่มสามารถย่อยและดูดซึมได้ แต่โพรไบโอติกสามารถย่อยและดูดซึมได้ พรีไบโอติกจึงเป็นตัวช่วยส่งเสริมการเจริญของโพรไบโอติก โครงสร้างของพรีไบโอติกเป็นคาร์โบไฮเดรตจำพวก Oligosaccharide  หรือน้ำตาลสายสั้นที่ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 3 – 10 โมเลกุล เช่น Fructo-Oligosaccharides (FOS), Galacto-Oligosaccharides (GOS), Xylooligosaccharide (XOS) เป็นต้น ส่วนใหญ่มักพบพรีไบโอติกอยู่ในอาหารประเภทกากใยจากพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ เช่น กระเทียม หัวหอมใหญ่ กล้วย อ้อย หน่อไม้ฝรั่งและหัวชิโครี เป็นต้น

เหตุผลที่ควรรับประทานพรีไบโอติก (Prebiotics) ควบคู่กับโพรไบโอติก

เมื่อรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติกเข้าไป พรีไบโอติกจะสามารถผ่านระบบทางเดินอาหารมาจนถึงบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของโพรไบโอติก จากนั้นโพรไบโอติกจะทำการย่อยและดูดซึมสารอาหารจาก
พรีไบโอติก ส่งผลให้โพรไบโอติกมีการเจริญเติบโตและเกิดกระบวนการทำงานของโพรไบโอติกในเชิงฟังก์ชั่นได้ เป็นผลทำให้โพรไบโอติกเข้าสู่สภาวะสมดุล (Homeostasis) นอกจากนี้เมื่อเข้าสู่สภาวะสมดุลโพรไบโอติกจะมีการหลั่งสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อปรับสมดุลลำไส้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันและช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับระบบทางเดินอาหาร

ซินไบโอติก (Synbiotic)

คือ อาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการนำโพรไบโอติกผสมร่วมกับพรีไบโอติก เพื่อช่วยเสริมการเจริญเติบโตและการทำงานให้กับโพรไบโอติก โดยอาหารที่จัดเป็นซินไบโอติก ได้แก่ กิมจิ แตงกวาดอง ซาวร์เคราต์ หรือการรับประทานโยเกิร์ตคู่กับธัญพืช และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นซินไบโอติก

โดยปกติลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์โพรไบโอติก มากมายหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความต้องการของอาหารแตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงต้องมีการเพิ่มพรีไบโอติกให้กับร่างกายได้โดย การรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใย เป็นประจำเพื่อเพิ่มอาหารให้กับเหล่าโพรไบโอติกในลำไส้ได้เจริญเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักหรือรับประทานผักน้อย ก็จะทำให้โพรไบโอติกในลำไส้ขาดแคลนอาหาร อ่อนแอและลดจำนวนลง ส่งผลให้จุลินทรีย์ฉวยโอกาสหรือเชื้อก่อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น เป็นผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งยังส่งผลต่อลำไส้ ทำให้ขับถ่ายยากและท้องผูกตามมาได้

เราจึงควรรับประทานพรีไบโอติกร่วมกับโพรไบโอติก เพื่อการเสริมการทำงานที่ดียิ่งขึ้น โดยมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การรับประทานโพรไบโอติก B. breve ร่วมกับ พรีไบโอติก มีผลทำให้อาสาสมัครมีอุจาระนิ่มขึ้น ขับถ่ายง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การรับประทานซินไบโอติก จะช่วยเสริมการเจริญเติมโตและการทำงานของโพรไบโอติกดียิ่งขึ้น